เจาะลึกกฎหมายและมาตรฐานลิฟต์ในประเทศไทย 2026

1. กฎหมายควบคุมอาคารและการติดตั้ง (Building Codes)

ในประเทศไทย การติดตั้งลิฟต์ต้องเป็นไปตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง    โดยมีการระบุข้อกำหนดทางเทคนิคที่สำคัญไว้ดังนี้:

  • ระบบความปลอดภัยพื้นฐาน: กฎหมายระบุว่าลิฟต์ต้องมีระบบ ARD (Automatic Rescue Device) เพื่อให้ลิฟต์เลื่อนไปจอดชั้นที่ใกล้ที่สุดและเปิดประตูเมื่อไฟดับ รวมถึงต้องมีระบบป้องกันประตูหนีบ และระบบสื่อสารภายในห้องลิฟต์ (Intercom)

  • การขออนุญาตดัดแปลงอาคาร: สำหรับการติดตั้งลิฟต์ในบ้านเก่า (Retrofit) ตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 72 (พ.ศ. 2568) หากการติดตั้งมีการเจาะพื้นหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น (เขต หรือ เทศบาล) เพราะถือเป็นการดัดแปลงอาคารที่ส่งผลต่อความมั่นคงแข็งแรง

 

 

2. มาตรฐานลิฟต์สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ

นี่คือจุดที่บทความส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญ เนื่องจากสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว:

  • กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคาร: ระบุว่าปุ่มกดลิฟต์ต้องมีอักษรเบรลล์ และมีความสูงจากพื้นไม่เกิน 1.20 เมตร เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็น (Wheelchair) ใช้งานได้

  • ขนาดภายในลิฟต์: สำหรับอาคารสาธารณะ ลิฟต์ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 1.10 เมตร และลึกไม่น้อยกว่า 1.40 เมตร เพื่อให้รถเข็นสามารถหมุนตัวหรือเข้าออกได้สะดวก

 

 

3. มาตรฐานสากลที่กลายเป็นมาตรฐานหลัก (EN 81 Series)

ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มมองหาลิฟต์ที่ได้มาตรฐานยุโรป ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ปลอดภัยที่สุดในโลก:

  • EN 81-20 / EN 81-50: มาตรฐานสำหรับการออกแบบและการทดสอบลิฟต์โดยสารทั่วไป เน้นความแข็งแรงของโครงสร้างและการป้องกันอันตรายจากการทำงานของเครื่องจักร

  • EN 81-41 (Home Lift Standard): มาตรฐานนี้สำคัญมากสำหรับ "ลิฟต์บ้าน" เพราะลิฟต์บ้านมักไม่มีปล่องลิฟต์คอนกรีต มาตรฐานนี้จะกำกับเรื่องความเร็วที่ไม่สูงเกินไป (ไม่เกิน 0.15 เมตร/วินาที) และความปลอดภัยของระบบขับเคลื่อนเพื่อใช้ในที่พักอาศัย

 

4. หน้าที่ของ "นายจ้าง" และ "เจ้าของอาคาร" ตามกฎหมายความปลอดภัย

กฎหมายจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานระบุชัดเจนว่า:

  1. การตรวจสอบประจำวัน: ต้องมีรายการตรวจเช็กความพร้อมก่อนใช้งานทุกวัน

  2. การตรวจสอบโดยวิศวกร: ลิฟต์ต้องได้รับการตรวจรับรองความปลอดภัยโดยวิศวกรวิชาชีพอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง และต้องมีป้ายแสดงน้ำหนักบรรทุกสูงสุด (Capacity Plate) ติดไว้อย่างชัดเจน

  3. การอบรม: สำหรับลิฟต์ขนส่งในโรงงาน ผู้ควบคุมลิฟต์ต้องผ่านการอบรมตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานปี 2569 เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการใช้งานผิดประเภท

  

    

การติดตั้งลิฟต์ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มศอ. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) หรือมาตรฐานสากล อาจส่งผลต่อการเคลมประกันภัยอาคารในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ